ข้าวสเปลท์ (Spelt): ธัญพืชโบราณที่กลับมาทวงบัลลังก์อาหารสุขภาพ

รายละเอียด

ข้าวสเปลท์ (Triticum spelta) คือ ธัญพืชสายพันธุ์โบราณ ที่กลับมาเป็นกระแสร้อนแรงในกลุ่มคนรัก อาหารธรรมชาติและโภชนาการ แม้จะคล้ายข้าวสาลี แต่สเปลท์มี เปลือกที่แข็งกว่า โปรตีนสูงกว่า และอุดมด้วยแร่ธาตุมากกว่า

ความพิเศษของ สเปลท์ คือคุณค่าทางอาหารที่อัดแน่น ทั้ง ไฟเบอร์สูง วิตามินบี ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม และฟอสฟอรัส ซึ่งล้วนดีต่อระบบภูมิคุ้มกัน ประสาท และการย่อยอาหาร แม้จะมีกลูเตน แต่เป็นโครงสร้างที่ ย่อยง่ายกว่า ข้าวสาลีทั่วไป (แต่ยังไม่เหมาะกับผู้ป่วยซีลิแอกนะ)

ทำไมต้องสเปลท์?

  • โปรตีนแน่น: ตอบโจทย์คนออกกำลังกายและต้องการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
  • ไฟเบอร์เน้นๆ: เพื่อนแท้ของระบบขับถ่าย
  • แร่ธาตุจัดเต็ม: แหล่งของ ธาตุเหล็ก แมกนีเซียม สังกะสี และฟอสฟอรัส
  • วิตามินบำรุงประสาท: มี B1, B3, B6 ช่วยให้ร่างกายและสมองสดชื่น
  • กลูเตนย่อยง่าย: เป็นมิตรกับลำไส้มากกว่าข้าวสาลีปกติ

อร่อยได้หลากหลายสไตล์

ข้าวสเปลท์ มีรสสัมผัสที่เป็นเอกลักษณ์ เคี้ยวหนึบและมีความมันเหมือนถั่วนิดๆ (Nutty) แบบเต็มเมล็ดนำมาหุงเป็น ข้าว ทานคู่กับกับข้าว หรือใส่ในสลัดก็อร่อย ส่วนแป้งสเปลท์นิยมนำมาทำ ขนมปัง พาสต้า และเบเกอรี่ ซึ่งจะได้เนื้อสัมผัสที่แน่นและหอมเป็นพิเศษ

มีให้เลือกทั้งแบบขัดสีและโฮลเกรน ซึ่งแบบหลังจะได้ประโยชน์จากไฟเบอร์เต็มๆ นอกจากนี้ยังมี เกล็ดสเปลท์ สำหรับทำโจ๊ก หรือแป้งหยาบสำหรับทำขนม

เก็บรักษาความสดใหม่

ควรเก็บเมล็ดสเปลท์ดิบใน ภาชนะปิดสนิท ในที่แห้งและเย็น จะเก็บได้นานโดยไม่เสียรสชาติ ส่วนแบบที่หุงสุกแล้วเก็บในตู้เย็นได้ 2-3 วัน

ข้าวสเปลท์ คือทางเลือกที่ ยั่งยืน อร่อย และดีต่อกาย เหมาะสำหรับทุกคนที่มองหาธัญพืชทางเลือกใหม่ๆ เพื่อยกระดับมื้ออาหารให้มีคุณค่ากว่าเดิม