ตับ: เครื่องในรสเข้มข้น แหล่งวิตามินชั้นยอดที่ครัวไหนก็ขาดไม่ได้
รายละเอียด
ตับ คือ เครื่องใน ที่อัดแน่นด้วยสารอาหารที่สุดชนิดหนึ่ง มีบทบาทสำคัญทั้งในครัวดั้งเดิมและอาหารยุคใหม่ ชนิดที่นิยมกันมากคือ ตับไก่, ตับหมู, ตับลูกวัว และตับวัว ซึ่งทุกชนิดล้วนเป็นแหล่งโปรตีนและวิตามินชั้นเลิศ
ตับคือ คลังแสงของธาตุเหล็ก, วิตามินเอ, วิตามินบี 12 และโฟเลต ช่วยบำรุงเลือด เสริมภูมิคุ้มกัน และซ่อมแซมเซลล์ ตับคุณภาพดีต้อง สด ผิวเป็นมันเงา สีแดงเข้ม เนื้อสัมผัสต้องเรียบเนียนและยืดหยุ่น
ตับแต่ละชนิดต่างกันยังไง?
- ตับไก่: รสอ่อน นุ่มนวล ปรุงง่าย นิยมทำตับบด (Pâté) หรือผัด
- ตับหมู: รสเข้มข้น เป็นหัวใจของเมนูไทยอย่างตับหวาน หรือใส่ในก๋วยจั๊บ
- ตับลูกวัว: เนื้อนุ่มละเอียด รสละมุน เป็นของโปรดในครัวตะวันตกชั้นสูง
- ตับวัว: รสจัดจ้าน ชิ้นใหญ่ สารอาหารแน่นปึ้ก
ปรุงยังไงให้อร่อย?
ตับนำไป ทอด, ผัด, ย่าง หรือบดทำครีม ได้หมด เมนูยอดฮิตคือ ตับผัดขิง หรือสเต็กตับ แต่ก็เอาไปทำ ตับบดทาขนมปัง, ดิป หรือไส้พาย ได้เยี่ยม
เคล็ดลับคือ แช่นมสดก่อนปรุง เพื่อลดกลิ่นคาวและดึงเลือดออก และที่สำคัญ ห้ามปรุงสุกเกินไป ไม่งั้นจะแข็งกระด้างและเสียรสชาติ
สุดยอดโภชนาการ
ตับมี วิตามินเอสูงมาก ซึ่งจำเป็นต่อ สายตา ผิวพรรณ และภูมิคุ้มกัน มี วิตามินบี 12 และโฟเลต สูง ช่วยสร้างเม็ดเลือดและบำรุงระบบประสาท
และยังมี ธาตุเหล็กและสังกะสี สูง เหมาะมากสำหรับคนโลหิตจาง หญิงตั้งครรภ์ หรือคนที่ใช้แรงเยอะ แต่เตือนไว้นิดนึงว่า อย่าทานเยอะเกินไป เพราะวิตามินเอที่มากเกินไปอาจสะสมในร่างกายได้
การเก็บรักษา
ตับสดควรเก็บ ในตู้เย็น (0–4 °C) และใช้ให้หมดใน 1–2 วัน ถ้าจะเก็บยาวให้แช่แข็ง แต่เมื่อละลายแล้ว ต้องปรุงสุกทันทีและผ่านความร้อนให้ทั่ว
ตับ ไม่ใช่แค่เศษเนื้อ แต่เป็น ซูเปอร์ฟู้ด ที่ถ้ารู้จักปรุง จะเป็นอาหารที่ทั้งอร่อยและมีคุณค่ามหาศาลต่อร่างกาย