- ทำไมกะหล่ำปลีใบย่นถึงดีกว่า?
- ใบหยิกมีพื้นที่ผิวมากกว่าในการรับน้ำดอง และยังคงความกรอบ แถมยังสวยงามกว่าด้วย
- จะมีกลิ่นเหม็นไหม?
- กะหล่ำปลีมีกำมะถันอาจมีกลิ่นตอนต้ม แต่เนื่องจากเราแค่ลวกด้วยน้ำส้มสายชู กลิ่นจึงน้อยมาก เครื่องเทศจะกลบหมด
กะหล่ำปลีใบย่นดอง
นี่คือ 'ซาวเคราท์ด่วน' (quick kraut) ในขณะที่กะหล่ำปลีดองแบบดั้งเดิมต้องหมักนานหลายสัปดาห์ด้วยแบคทีเรียกรดแลคติก แต่เวอร์ชันน้ำส้มสายชูนี้เสร็จในวันเดียว กะหล่ำปลีใบย่น (ต่างจากกะหล่ำปลีธรรมดา) มีพื้นผิวมากกว่า ใบหยิกๆ เก็บน้ำดองได้ดีกว่า และรสชาตินุ่มนวลกว่า มีความมันนิดๆ เมล็ดยี่หร่าที่นี่ไม่ได้แค่ให้รสชาติ แต่ช่วยย่อยอาหารด้วย
วัตถุดิบ
500
กรัม
กะหล่ำปลีใบย่น
500
มล.
น้ำ
250
มล.
น้ำส้มสายชูขาว
20
กรัม
เกลือ
30
กรัม
น้ำตาลทราย
3
กลีบ
กระเทียม
2
ใบ
ใบกระวาน
1
ช้อนชา
พริกไทยดำเม็ด
1
ช้อนชา
เมล็ดมัสตาร์ด
1
ช้อนโต๊ะ
เมล็ดยี่หร่า
รายการซื้อของ (0)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- ชามใบใหญ่
- มีดคมๆ
- หม้อ
- ขวดโหลขนาดใหญ่
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
มัสตาร์ด
วิธีทำ
1
✓
เด็ดใบด้านนอกออก ตัดแกนกลางทิ้ง หั่นใบเป็นเส้นกว้าง 1-2 ซม.
เคล็ดลับ: อย่าหั่นบางเกินไปจะเละ เส้นหนาๆ จะกรอบกว่า
2
✓
อัดกะหล่ำปลีลงขวด สลับชั้นกับกระเทียมสไลซ์ ใช้กำปั้นกดให้แน่น
เคล็ดลับ: ใส่ได้เยอะกว่าที่คิด กะหล่ำปลีมีอากาศแทรกอยู่เยอะ
3
✓
ต้มน้ำ น้ำส้มสายชู เกลือ น้ำตาล และเครื่องเทศ (ยี่หร่า, พริกไทย, มัสตาร์ด, ใบกระวาน)
เคล็ดลับ: ยี่หร่าคือเพื่อนที่ดีที่สุดของกะหล่ำปลี อย่าขี้เหนียว!
4
✓
เทน้ำดองร้อนๆ ลงบนกะหล่ำปลี รอสักครู่ให้น้ำซึมลงไป แล้วเติมให้เต็ม
เคล็ดลับ: น้ำร้อนจะทำให้ปริมาตรของกะหล่ำปลีลดลง
5
✓
ปิดฝา ทิ้งไว้ให้เย็น และแช่ตู้เย็น 24 ชั่วโมง
เคล็ดลับ: ใส่ในฮอทดอกหรือกินกับไส้กรอกย่างคือสุดยอด
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร
วัตถุดิบ
- 500 กรัม กะหล่ำปลีใบย่น
- 500 มล. น้ำ
- 250 มล. น้ำส้มสายชูขาว
- 20 กรัม เกลือ
- 30 กรัม น้ำตาลทราย
- 3 กลีบ กระเทียม
- 2 ใบ ใบกระวาน
- 1 ช้อนชา พริกไทยดำเม็ด
- 1 ช้อนชา เมล็ดมัสตาร์ด
- 1 ช้อนโต๊ะ เมล็ดยี่หร่า