- ทำไมไวท์ช็อกโกแลตถึงไหม้ตอนละลาย?
- ไวท์ช็อกโกแลตไวต่อความร้อนมากกว่ามาก (จุดหลอมเหลวต่ำกว่า) เมื่อเทียบกับดาร์กช็อกโกแลต ให้ละลายบนไอน้ำช้าๆ มากๆ!
- หวานเกินไป
- ไวท์ช็อกโกแลตหวานมาก ให้เสิร์ฟพร้อมผลไม้รสเปรี้ยว (ราสเบอร์รี่, เรดเคอร์แรนท์) เพื่อตัดรส
เค้กไวท์ช็อกโกแลต
ไวท์ช็อกโกแลตจริงๆ แล้วคือ "จิตวิญญาณ" ของช็อกโกแลต ซึ่งก็คือไขมันโกโก้บริสุทธิ์ ผสมกับน้ำตาลและนมผง ในเค้กนี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่รสชาติ แต่ยังช่วยเพิ่มโครงสร้างของแป้ง: ปริมาณไขมันของไขมันโกโก้ทำให้สปันจ์เค้กแน่นและชุ่มฉ่ำ (ฟัดจ์) ซึ่งเข้ากันได้ดีกับความเปรี้ยวของราสเบอร์รี่
วัตถุดิบ
200
กรัม
แป้งอเนกประสงค์
150
กรัม
น้ำตาลทราย
4
ฟอง
ไข่ไก่
100
กรัม
เนย
100
มล.
นม
10
กรัม
ผงฟู
200
กรัม
ไวท์ช็อกโกแลต
5
มล.
กลิ่นวานิลลา
3
กรัม
น้ำตาลไอซิ่ง
100
กรัม
ราสเบอร์รี่สด
1
หยิบมือ
เกลือ
รายการซื้อของ (0)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- พิมพ์เค้กขนาด 22 ซม. - รองด้วยกระดาษไข
- ชามทนความร้อน - สำหรับละลายช็อกโกแลต
- พาย - สำหรับคนอย่างเบามือ
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
กลูเตน
นม
ไข่
วิธีทำ
1
✓
วอร์มเตาอบที่ 180°C รองพิมพ์ด้วยกระดาษ
เคล็ดลับ: แป้งที่มีไวท์ช็อกโกแลตมักจะติดพิมพ์ได้ง่ายกว่าเนื่องจากมีปริมาณน้ำตาลสูง
2
✓
ละลายไวท์ช็อกโกแลตบนไอน้ำพร้อมกับเนย แล้วพักให้เย็นลงจนอุ่น
เคล็ดลับ: เนยช่วยไม่ให้ช็อกโกแลตจับตัวเป็นก้อนขณะละลาย
3
✓
ตีไข่กับน้ำตาลจนเป็นฟอง แล้วผสมเนยช็อกโกแลตอุ่นๆ นม และวานิลลาลงไป
เคล็ดลับ: อุณหภูมิสำคัญมาก: ถ้าช็อกโกแลตร้อนเกินไป ไข่จะสุกเป็นลิ่ม
4
✓
ร่อนแป้ง ผงฟู และเกลือลงไป คนให้เนียน
เคล็ดลับ: เกลือสำคัญมากในการปรับสมดุลความหวาน
5
✓
เทแป้งลงในพิมพ์ และอบประมาณ 35-40 นาที
เคล็ดลับ: ถ้าหน้าเค้กเริ่มเป็นสีน้ำตาล ให้คลุมด้วยฟอยล์ เพราะไวท์ช็อกโกแลตจะเกิดคาราเมลไลซ์เร็ว
6
✓
พักให้เย็นสนิทบนตะแกรง
เคล็ดลับ: ตอนอุ่นๆ ตรงกลางอาจจะยังนิ่มมาก
7
✓
โรยน้ำตาลไอซิ่งและวางราสเบอร์รี่สดด้านบน
เคล็ดลับ: ความเปรี้ยวของราสเบอร์รี่ตัดกันได้อย่างลงตัวกับแป้งที่หวานเข้มข้น
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร
วัตถุดิบ
- 200 กรัม แป้งอเนกประสงค์
- 150 กรัม น้ำตาลทราย
- 4 ฟอง ไข่ไก่
- 100 กรัม เนย
- 100 มล. นม
- 10 กรัม ผงฟู
- 200 กรัม ไวท์ช็อกโกแลต
- 5 มล. กลิ่นวานิลลา
- 3 กรัม น้ำตาลไอซิ่ง
- 100 กรัม ราสเบอร์รี่สด
- 1 หยิบมือ เกลือ