Sauerkraut

Sauerkraut หรือกะหล่ำปลีเปรี้ยว ไม่ใช่แค่เครื่องเคียง แต่เป็น 'ซูเปอร์ฟู้ด' ที่มีชีวิตและหายใจได้ ซึ่งช่วยให้มนุษยชาติผ่านพ้นฤดูหนาวอันยาวนานมานับพันปี เคล็ดลับคือการหมักกรดแลคติก (fermentation): แบคทีเรียที่มีอยู่ตามธรรมชาติในใบกะหล่ำปลีจะใช้เกลือเพื่อเปลี่ยนน้ำตาลในพืชให้เป็นกรดแลคติก สิ่งนี้ไม่เพียงแต่ถนอมผัก แต่ยังสร้างระเบิดโปรไบโอติกที่ช่วยย่อยอาหาร เวอร์ชั่นทำเองจะมีความกรอบและรสสดชื่นที่เทียบไม่ได้เลยกับแบบถุงในซูเปอร์มาร์เก็ต
🕒 เตรียม 45 นาที
เวลารวม 14 วัน
🍽️ เสิร์ฟ 20 ที่
🔥 แคลอรี่ 25 กิโลแคลอรี
🌍 ประเภทอาหาร เยอรมัน / ยุโรปกลาง

วัตถุดิบ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • ชามผสมขนาดใหญ่: สำหรับนวดกะหล่ำปลี
  • โถหมักหรือขวดโหลใหญ่: สำหรับการหมัก
  • ของหนัก (เช่น หินสะอาดหรือถุงใส่น้ำ): เพื่อกดกะหล่ำปลีลง
  • ที่สไลซ์ผักหรือมีดคม: สำหรับซอยบางๆ

วิธีทำ

1

ทำความสะอาดกะหล่ำปลี: ดึงใบนอกที่เสียหายออก (เก็บใบสวยๆ ไว้สักสองสามใบสำหรับปิดหน้า) ตัดแกนออก ซอยหรือหั่นเป็นเส้นบางๆ

เคล็ดลับ: กะหล่ำปลีที่ซอยบางจะสัมผัสกับเกลือได้มากกว่า ทำให้น้ำออกมาเร็วขึ้น
2

ใส่กะหล่ำปลีลงในชามใหญ่ โรยเกลือ ตอนนี้คืองานหนัก: ใช้มือสะอาดนวด บีบ กดอย่างแรง 10-15 นาที จนกะหล่ำปลียุบตัวและมีน้ำออกมาเยอะมาก

เคล็ดลับ: เกลือและแรงกระทำ (การนวด) จะทำลายผนังเซลล์ และดึงน้ำออกจากเซลล์ด้วยออสโมซิส น้ำในตัวมันเองนี่แหละคือสารกันบูดของเรา
3

ผสมเครื่องเทศ: คาราเวย์ ใบกระวาน พริกไทย

เคล็ดลับ: เกลือไม่เสริมไอโอดีนสำคัญมาก เพราะไอโอดีนอาจยับยั้งการเจริญเติบโตของแบคทีเรียที่ดี
4

อัดกะหล่ำปลีลงในขวด/ถังที่สะอาดทีละชั้น ใช้กำปั้นหรือไม้กระทุ้งไล่ฟองอากาศออกให้หมด

เคล็ดลับ: การหมักเป็นกระบวนการแบบไม่ใช้ออกซิเจน (anaerobic) ราอาจเติบโตในฟองอากาศได้
5

เทน้ำเกลือที่เหลือในชามราดลงไป กะหล่ำปลีต้องอยู่ใต้ระดับของเหลวทั้งหมด! ถ้ามีน้ำออกมาไม่พอ ให้เติมน้ำเกลือ 2% (น้ำตามสูตร)

เคล็ดลับ: วางใบกะหล่ำปลีทั้งใบไว้ด้านบนและวางของหนักทับ เพื่อกดทุกอย่างให้อยู่ใต้น้ำ
6

ปิดปากขวดด้วยผ้า (เพื่อให้หายใจได้ แต่ฝุ่นไม่เข้า) เก็บที่อุณหภูมิห้อง (20-22°C) เป็นเวลา 7-14 วัน ตรวจสอบทุกวัน กดลงถ้ามันลอยขึ้นมา

เคล็ดลับ: ในวันแรกๆ จะมีก๊าซเกิดขึ้นอย่างรุนแรง นี่คือสัญญาณของการหมัก ถ้ามีฟองฟู่ ถือว่าดี!
7

เมื่อได้ความเปรี้ยวที่ต้องการแล้ว (ชิมดู!) ให้ปิดฝาและเก็บในที่เย็น (ตู้เย็น/ห้องใต้ดิน) เพื่อชะลอกระบวนการ

เคล็ดลับ: ในที่เย็น รสชาติจะพัฒนาต่อไป แต่ความเปรี้ยวจะเพิ่มขึ้นช้าลง

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร

มีราขึ้นที่ด้านบน ต้องทิ้งไหม?
ถ้าเป็นฝ้าสีขาวบางๆ (kahm yeast) แค่ตักออก ข้างล่างยังกินได้ ถ้าเป็นรามีสี มีขน น่าเสียดายที่ต้องทิ้งทั้งหมดเพราะติดเชื้อแล้ว กุญแจสำคัญ: กะหล่ำปลีต้องจมอยู่ใต้น้ำเสมอ!
เก็บได้นานแค่ไหน?
ในตู้เย็นหรือห้องใต้ดินที่เย็นได้นานหลายเดือน ยิ่งบ่มนาน ยิ่งเปรี้ยว

วัตถุดิบ

  • 2000 กรัม กะหล่ำปลี (หัวแน่น พันธุ์ฤดูหนาว)
  • 40 กรัม เกลือ (ไม่เสริมไอโอดีน)
  • 5 กรัม เมล็ดคาราเวย์ (ทั้งเมล็ด)
  • 3 ใบ ใบกระวาน
  • 5 กรัม พริกไทยดำ (เม็ด)
  • 500 มิลลิลิตร น้ำ (ต้มสุกแล้วทิ้งให้เย็น - ใช้เมื่อจำเป็นเท่านั้น)