- ทำไมวาฟเฟิลถึงแข็ง?
- น่าจะคนแป้งนานเกินไป ซึ่งทำให้เส้นใยกลูเตนแข็งแรงและทำให้แป้งเหนียวแทนที่จะร่วนซุย
วาฟเฟิลราดซอสแรนช์
รสชาติแห่งแดนใต้ของอเมริกาในจานเดียว เคล็ดลับของวาฟเฟิลคาว (savory waffle) คือตัวแป้งเองที่มีรสเผ็ดร้อนและหวานน้อย จึงเป็นฐานที่สมบูรณ์แบบสำหรับซอสแรนช์ครีมมี่หอมกระเทียมและสมุนไพร เบกกิ้งโซดาไม่เพียงช่วยให้แป้งขึ้นฟู แต่ยังช่วยในการเกิดสีน้ำตาล ทำให้ได้เปลือกกรอบสีเข้มที่รับน้ำหนักซอสข้นๆ ได้โดยไม่แฉะทันที
วัตถุดิบ
200
g
แป้งสาลีอเนกประสงค์
250
ml
นม
2
ชิ้น
ไข่ไก่
1
ช้อนชา
ผงฟู
0.5
ช้อนชา
เบกกิ้งโซดา
1
หยิบมือ
เกลือ
1
หยิบมือ
พริกไทยดำป่น
60
g
เนย (ละลาย)
1
ช้อนชา
ผงกระเทียม
1
ช้อนโต๊ะ
พาร์สลีย์สด (สับละเอียด)
1
ช้อนโต๊ะ
ต้นหอมฝรั่ง (สับละเอียด)
4
ช้อนโต๊ะ
น้ำสลัดแรนช์ (สำหรับราด)
รายการซื้อของ (0)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- เตาวาฟเฟิล
- ตะกร้อมือ
- ชามผสมสองใบ
- เขียงและมีดสำหรับสมุนไพร
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
กลูเตน
นม
ไข่
มัสตาร์ด
วิธีทำ
1
✓
ผสมส่วนผสมแห้ง: แป้ง, ผงฟู, เบกกิ้งโซดา, เกลือ, พริกไทย และผงกระเทียม
เคล็ดลับ: ความเป็นด่างของเบกกิ้งโซดาช่วยให้เกิดสีน้ำตาล (ปฏิกิริยามายญาร์ด) วาฟเฟิลจึงมีสีสวย
2
✓
ตีไข่ไก่ แล้วผสมกับนมและเนยอุ่นๆ
เคล็ดลับ: ไข่แดงเป็นอิมัลซิไฟเออร์ตามธรรมชาติ ช่วยให้น้ำและไขมันเข้ากันได้ดี
3
✓
เทส่วนผสมของเหลวลงในแป้ง และคนเบาๆ ให้เข้ากัน สุดท้ายตะล่อมสมุนไพรสดลงไป
เคล็ดลับ: แป้งอาจมีเม็ดๆ บ้างไม่เป็นไร ใส่สมุนไพรทีหลังสุดเพื่อไม่ให้ช้ำ
4
✓
อบวาฟเฟิลในเตาที่ร้อนและทาเนยแล้ว 3-4 นาที
เคล็ดลับ: เมื่อไอน้ำแทบไม่ลอยออกมาจากเตา แสดงว่าความชื้นในแป้งลดลงแล้ว และวาฟเฟิลกรอบได้ที่
5
✓
เสิร์ฟร้อนๆ ราดด้วยน้ำสลัดแรนช์ให้ชุ่ม
เคล็ดลับ: เสิร์ฟทันที เพราะซอสจะทำให้เปลือกกรอบนิ่มลงเมื่อเวลาผ่านไป
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร
วัตถุดิบ
- 200 g แป้งสาลีอเนกประสงค์
- 250 ml นม
- 2 ชิ้น ไข่ไก่
- 1 ช้อนชา ผงฟู
- 0.5 ช้อนชา เบกกิ้งโซดา
- 1 หยิบมือ เกลือ
- 1 หยิบมือ พริกไทยดำป่น
- 60 g เนย (ละลาย)
- 1 ช้อนชา ผงกระเทียม
- 1 ช้อนโต๊ะ พาร์สลีย์สด (สับละเอียด)
- 1 ช้อนโต๊ะ ต้นหอมฝรั่ง (สับละเอียด)
- 4 ช้อนโต๊ะ น้ำสลัดแรนช์ (สำหรับราด)