วอฟเฟิลกล้วยหอม

กล้วยไม่ได้แค่ให้รสชาติ แต่ยังมีบทบาทสำคัญในแป้งนี้: ปริมาณแป้งและเพกตินทำให้ส่วนผสมข้นขึ้น ครีมมี่ขึ้น และน้ำตาลธรรมชาติจะคาราเมลไลซ์ทำให้รสชาติลึกซึ้งขึ้นระหว่างการอบ สูตรนี้เป็นวิธีที่ยอดเยี่ยมในการช่วยชีวิตกล้วยงอมที่มีจุดสีน้ำตาล ซึ่งเป็นช่วงที่รสชาติดีที่สุด
🕒 เตรียม 10 นาที
🍳 ปรุง 15 นาที
เวลารวม 25 นาที
🍽️ เสิร์ฟ 4 ที่
🔥 แคลอรี่ 310 กิโลแคลอรี
🌍 ประเภทอาหาร นานาชาติ

วัตถุดิบ

อุปกรณ์ที่ต้องใช้

  • ส้อม (สำหรับบดกล้วย)
  • ชามผสม
  • ตะกร้อมือ
  • เครื่องทำวอฟเฟิล
  • พายยาง

ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร

⚠️ กลูเตน
⚠️ ไข่
⚠️ อัลมอนด์

วิธีทำ

1

บดกล้วยให้ละเอียดด้วยส้อม และผสมน้ำมะนาวลงไป

เคล็ดลับ: กรดมะนาวจะป้องกันการเกิดออกซิเดชัน (การเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล) ทำให้แป้งสีสวย
2

เติมไข่ นมอัลมอนด์ วานิลลา สารให้ความหวาน และน้ำมันมะพร้าวเหลวลงในกล้วยบด แล้วผสมให้เนียน

เคล็ดลับ: การผสมให้เข้ากันดีช่วยให้ไขมันกระจายตัวในของเหลว ทำให้เนื้อแป้งสม่ำเสมอ
3

ผสมส่วนผสมแห้ง (แป้ง, ผงฟู, อบเชย, เกลือ) แล้วเทลงในส่วนผสมกล้วย

เคล็ดลับ: แป้งข้าวโอ๊ตสามารถดูดซึมของเหลวได้มากกว่าแป้งสาลี ดังนั้นควรพักทิ้งไว้ 5 นาทีก่อนอบ (การดูดน้ำ)
4

อบวอฟเฟิลด้วยความร้อนปานกลาง 4-5 นาที จนเป็นสีน้ำตาลทองเข้ม

เคล็ดลับ: เนื่องจากน้ำตาลกล้วย เปลือกจะเข้มเร็ว แต่ข้างในต้องใช้เวลา ใจเย็นๆ!
5

พักให้เย็นบนตะแกรงเพื่อให้ไอน้ำส่วนเกินระเหยออกไป

เคล็ดลับ: เส้นใยกล้วยเก็บความชื้นไว้มาก ถ้าวางบนจาน ไอน้ำของมันเองจะทำให้แฉะ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร

ทำไมวอฟเฟิลถึงสีเข้ม?
น้ำตาลธรรมชาติ (ฟรุกโตส) จำนวนมากในกล้วยจะคาราเมลไลซ์อย่างรวดเร็วแม้ในอุณหภูมิต่ำ ลองลดความร้อนลงหน่อย
ตรงกลางแฉะเกินไป
กล้วยกักเก็บน้ำไว้มาก อบต่อด้วยไฟอ่อน หรือลดปริมาณนมลง

วัตถุดิบ

  • 200 กรัม แป้งข้าวโอ๊ต
  • 2 ชิ้น กล้วยหอม (สุกงอม, มีจุดสีน้ำตาล)
  • 250 มล. นมอัลมอนด์
  • 2 ชิ้น ไข่ไก่
  • 30 กรัม น้ำมันมะพร้าว (ของเหลว)
  • 30 กรัม น้ำผึ้งหรือเมเปิ้ลไซรัป
  • 10 กรัม ผงฟู
  • 1 ช้อนชา ผงอบเชย
  • 1 หยิบมือ เกลือ
  • 5 มล. กลิ่นวานิลลา
  • 1 ช้อนชา น้ำมะนาว (ป้องกันการเปลี่ยนสี)