- ควรใช้มะกอกดำหรือเขียว?
- มะกอกดำจะสุกกว่า รสชาตินุ่มนวลกว่า เด็กๆ ทานได้ง่ายกว่า ส่วนมะกอกเขียวจะมีรสจัดจ้านและขมกว่าเล็กน้อย
- ทำไมถึงเค็มเกินไป?
- ทั้งเปปเปอโรนี ชีส และมะกอกต่างก็มีความเค็ม คุณอาจลดเกลือในแป้งลงเล็กน้อย หรือใช้ซอสมะเขือเทศที่หวานขึ้นเพื่อตัดรส
พิซซ่าเปปเปอโรนีกับมะกอกดำ
พิซซ่าถาดนี้ใช้หลักการ 'เค็มซ้อนเค็ม': ความเค็มเผ็ดของเปปเปอโรนี และรสเปรี้ยวเค็มจากการหมักของมะกอกดำช่วยเสริมรสซึ่งกันและกัน การผสมผสานรสชาตินี้ให้ความเข้มข้นและกระตุ้นความกระหาย จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะทานคู่กับเบียร์เย็นๆ หรือไวน์แดงรสหนักแน่น น้ำมันในผลมะกอกยังช่วยเพิ่มความชุ่มฉ่ำให้กับไขมันจากชีสและไส้กรอกอีกด้วย
วัตถุดิบ
500
กรัม
แป้ง
7
กรัม
ยีสต์แห้ง
1
ช้อนชา
น้ำตาล
1
ช้อนชา
เกลือ
300
มล.
น้ำอุ่น
3
ช้อนโต๊ะ
น้ำมันมะกอก
200
มล.
ซอสมะเขือเทศ
250
กรัม
มอสซาเรลล่าชีส
150
กรัม
ไส้กรอกเปปเปอโรนี
50
กรัม
มะกอกดำ (เลาะเม็ด, สไลซ์)
1
กำ
ใบโหระพาฝรั่งสด (Basil)
รายการซื้อของ (0)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- ชามผสมแป้ง
- ถาดอบ
- กระชอน (สำหรับกรองมะกอก)
ข้อมูลสำหรับผู้แพ้อาหาร
กลูเตน
นม
วิธีทำ
1
✓
นวดแป้งและพักให้ขึ้นฟูเป็นสองเท่า (ประมาณ 60 นาที)
เคล็ดลับ: เคล็ดลับของแป้งที่ดีคือความอดทน หากเร่งรัดการพักแป้ง แป้งจะหนักและย่อยยาก
2
✓
รีดแป้ง ทาซอส และโรยชีส วางเปปเปอโรนีและมะกอกดำที่สะเด็ดน้ำแล้วลงไป
เคล็ดลับ: ควรสะเด็ดน้ำมะกอกเสมอ เพราะน้ำเกลืออาจทำให้แป้งแฉะและทำให้พิซซ่าเค็มเกินไป
3
✓
อบที่อุณหภูมิ 250°C นาน 12-15 นาที
เคล็ดลับ: ถ้าชอบให้มะกอกแห้งนิดๆ และรสเข้มข้น ให้วางไว้บนสุด แต่ถ้าชอบแบบฉ่ำๆ ให้สอดไว้ใต้ชีส
4
✓
โรยใบโหระพาฝรั่งสดและน้ำมันเล็กน้อยก่อนเสิร์ฟ
เคล็ดลับ: สมุนไพรสดจะช่วยตัดรสเค็มได้เป็นอย่างดี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร
วัตถุดิบ
- 500 กรัม แป้ง
- 7 กรัม ยีสต์แห้ง
- 1 ช้อนชา น้ำตาล
- 1 ช้อนชา เกลือ
- 300 มล. น้ำอุ่น
- 3 ช้อนโต๊ะ น้ำมันมะกอก
- 200 มล. ซอสมะเขือเทศ
- 250 กรัม มอสซาเรลล่าชีส
- 150 กรัม ไส้กรอกเปปเปอโรนี
- 50 กรัม มะกอกดำ (เลาะเม็ด, สไลซ์)
- 1 กำ ใบโหระพาฝรั่งสด (Basil)