- ทำไมต้องต้มทั้งเปลือก?
- เพื่อให้รสชาติและสีของบีทรูทไม่ละลายไปกับน้ำ แต่ยังคงอยู่ในหัว และปอกเปลือกง่ายกว่าหลังต้มสุก
- เก็บได้นานแค่ไหน?
- ในตู้เย็นเก็บได้หลายเดือน แต่หลังจากเปิดขวดแล้วควรทานให้หมดภายในไม่กี่สัปดาห์
บีทรูทดอง
บีทรูทดองน้ำส้มสายชูคือของขวัญที่สวยงามที่สุดในฤดูหนาว ความหวานลึกแบบดินๆ ของบีทรูทกับความเปรี้ยวของน้ำส้มสายชูเป็นคู่ที่ลงตัว หลายคนรู้จักแค่เวอร์ชันต้มจนเละในโรงอาหาร แต่บีทรูทดองทำเองที่ยังคงความกรอบ ปรุงรสด้วยยี่หร่าและฮอร์สแรดิชนั้นเป็นคนละเรื่องกันเลย ไม่เพียงแต่เป็นเครื่องเคียง แต่ยังใส่ในสลัด หรือแม้แต่แซนด์วิชก็ยอดเยี่ยม
วัตถุดิบ
500
กรัม
บีทรูทสด (หัวเล็ก)
250
มล.
น้ำส้มสายชู (10%)
250
มล.
น้ำเปล่า
1
ช้อนโต๊ะ
เกลือ
3
ช้อนโต๊ะ
น้ำตาล
1
ช้อนชา
เมล็ดคาราเวย์
1
ชิ้น
ฮอร์สแรดิชสด (ประมาณ 2-3 ซม.)
รายการซื้อของ (0)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- หม้อใบใหญ่สำหรับต้มบีทรูท
- ถุงมือยางสำหรับปอกเปลือก
- มีดคมๆ
- ขวดโหลแก้วฆ่าเชื้อ
วิธีทำ
1
✓
ล้างบีทรูท แต่ไม่ต้องปอกเปลือกและตัดรากออก ใส่ลงในน้ำและต้มจนนิ่ม (ประมาณ 30-40 นาที ขึ้นอยู่กับขนาด)
เคล็ดลับ: ถ้าเอาส้อมจิ้มแล้วผ่านได้ง่ายแสดงว่าใช้ได้ อย่าต้มจนเละ ให้เหลือความแข็งไว้บ้าง!
2
✓
เทน้ำร้อนออก แล้วพักบีทรูทให้เย็น ใส่ถุงมือยางแล้วถูเปลือกออก (จะลอกออกง่ายในตอนนี้) จากนั้นหั่นเป็นแผ่นหรือเต๋าตามชอบ
เคล็ดลับ: ถุงมือจะช่วยปกป้องมือของคุณ เพราะน้ำบีทรูทจะติดสีทุกอย่าง
3
✓
ปอกเปลือกฮอร์สแรดิชแล้วหั่นเป็นเส้นบางๆ หรือขูด
เคล็ดลับ: ความเผ็ดร้อนของฮอร์สแรดิชตัดกับความหวานของบีทรูทได้ดีมาก
4
✓
ทำน้ำดอง: ต้มน้ำ น้ำส้มสายชู เกลือ น้ำตาล และเมล็ดคาราเวย์ให้เดือด
เคล็ดลับ: ชิมรส! น้ำดองควรเค็มและเปรี้ยวเกินไปนิดหน่อย เพราะบีทรูทจะดูดรสชาติไปเยอะ
5
✓
ใส่บีทรูทและฮอร์สแรดิชลงในขวด แล้วเทน้ำดองร้อนๆ ลงไป
เคล็ดลับ: น้ำดองร้อนจะช่วยให้เกิดสุญญากาศหลังจากปิดฝา
6
✓
ปิดฝา พักให้เย็น และบ่มในตู้เย็นสัก 2-3 วัน
เคล็ดลับ: ยิ่งทิ้งไว้นาน น้ำส้มสายชูจะยิ่งซึมเข้าเนื้อ
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร
วัตถุดิบ
- 500 กรัม บีทรูทสด (หัวเล็ก)
- 250 มล. น้ำส้มสายชู (10%)
- 250 มล. น้ำเปล่า
- 1 ช้อนโต๊ะ เกลือ
- 3 ช้อนโต๊ะ น้ำตาล
- 1 ช้อนชา เมล็ดคาราเวย์
- 1 ชิ้น ฮอร์สแรดิชสด (ประมาณ 2-3 ซม.)