- ใช้สารให้ความหวานแทนได้ไหม?
- ได้ แต่เนื้อสัมผัสของน้ำเชื่อมจะต่างออกไป ให้ใส่สารให้ความหวานแบบน้ำในช่วงท้ายของการต้ม
- น้ำเชื่อมเก็บได้นานแค่ไหน?
- เก็บในตู้เย็นในขวดที่ปิดสนิทได้นาน 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นจึงคุ้มค่าที่จะทำเผื่อไว้
น้ำมะนาวบลูเบอร์รี่
เคล็ดลับของน้ำมะนาวระดับมืออาชีพคือการใช้ 'simple syrup' (น้ำเชื่อม) น้ำตาลทรายละลายในน้ำเย็นได้ยากและอาจรู้สึกสากลิ้นได้ ในน้ำเชื่อมที่ต้มแล้ว น้ำตาลจะละลายจนหมดทำให้เข้ากับน้ำได้ทันที ในระหว่างการต้มบลูเบอร์รี่ เพกตินจะถูกสกัดออกมา ซึ่งช่วยให้เครื่องดื่มมีเนื้อสัมผัสที่เนียนนุ่มและมีน้ำหนักมากกว่าแค่น้ำเปล่าธรรมดา
วัตถุดิบ
150
กรัม
บลูเบอร์รี่
100
มล.
น้ำเลมอนคั้นสด (ประมาณ 2-3 ลูก)
50
กรัม
น้ำตาลทรายขาว
100
มล.
น้ำเปล่า (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
500
มล.
โซดาหรือน้ำเปล่า (เย็น)
1
กำมือ
ใบสะระแหน่สด
200
กรัม
น้ำแข็ง
รายการซื้อของ (0)
อุปกรณ์ที่ต้องใช้
- หม้อใบเล็กสำหรับทำน้ำเชื่อม
- กระชอนตาถี่
- เหยือกขนาดใหญ่
- ที่คั้นน้ำมะนาว
วิธีทำ
1
✓
เตรียมน้ำเชื่อมบลูเบอร์รี่: ใส่บลูเบอร์รี่ น้ำตาล และน้ำ 100 มล. ลงในหม้อ ต้มให้เดือด จากนั้นเคี่ยวด้วยไฟกลาง 5-7 นาที จนบลูเบอร์รี่เปื่อยและน้ำงวดลง
เคล็ดลับ: ใช้ช้อนไม้บี้ผลไม้ระหว่างต้มเพื่อให้ได้น้ำออกมามากที่สุด
2
✓
กรองน้ำเชื่อมลงในเหยือก บดเนื้อผลไม้ผ่านกระชอนเท่าที่จะทำได้ พักไว้ให้เย็นสนิท
เคล็ดลับ: การบดผ่านกระชอนช่วยให้ได้เนื้อเพียวเร่เข้มข้น แต่แยกเปลือกออกไป
3
✓
คั้นน้ำเลมอน ผสมน้ำเลมอนกับน้ำเชื่อมบลูเบอร์รี่ที่เย็นแล้ว
เคล็ดลับ: ชิมรส! อัตราส่วนระหว่างความเปรี้ยวและความหวานเป็นสิ่งสำคัญ หากเปรี้ยวเกินไปให้เติมน้ำตาลหรือน้ำเล็กน้อย
4
✓
เติมโซดาเย็นลงไป แล้วคนเบาๆ
เคล็ดลับ: ถ้าใช้โซดา ให้เติมก่อนเสิร์ฟเพื่อไม่ให้ก๊าซหายไป
5
✓
เสิร์ฟในแก้วใส่น้ำแข็งและใบสะระแหน่เยอะๆ ตบใบสะระแหน่บนฝ่ามือก่อนใส่ลงไป
เคล็ดลับ: สีเขียวของสะระแหน่และสีม่วงของเครื่องดื่มช่วยสร้างความน่ารับประทานทางสายตา (คู่สีตรงข้าม)
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับสูตร
วัตถุดิบ
- 150 กรัม บลูเบอร์รี่
- 100 มล. น้ำเลมอนคั้นสด (ประมาณ 2-3 ลูก)
- 50 กรัม น้ำตาลทรายขาว
- 100 มล. น้ำเปล่า (สำหรับทำน้ำเชื่อม)
- 500 มล. โซดาหรือน้ำเปล่า (เย็น)
- 1 กำมือ ใบสะระแหน่สด
- 200 กรัม น้ำแข็ง